Attitude



ผู้นำ คืออะไร?

ผู้นำ คืออะไร?

สวัสดีครับ
วันนี้ผมจะมาสอนภาษาไทย
คำว่า.. ผู้นำ
 
คำว่า #ผู้นำ นั้น ภาษาอังกฤษ คือ Leader
หมายถึง คนที่มีหน้าที่ และความรับผิดชอบสูงสุด
ในการนำพา ผู้อื่น ให้ไปถึงเป้าหมาย
นี่เป็นความหมายจากผม แบบสั้นๆ และกระชับนะครับ
  .

ผู้นำมีใครบ้าง?

ถ้าจะให้ผมยกตัวอย่างง่ายๆ
ผู้นำ ด้านจิตวิญญาณ คุณอาจจะนึกถึง พระพุทธเจ้า หรือ พระเยซู
ผู้นำ ด้านซอฟแวร์คอมพิวเตอร์ คุณอาจจะนึกถึง บิล เกตส์
ผู้นำ ด้านสมาร์ทโฟน คุณอาจจะนึกถึง สตีฟ จ๊อบส์
ผู้นำ ด้านสังคมออนไลน์ คุณอาจจะนึกถึง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก
ผู้นำ ด้านสาหร่าย คุณอาจจะนึกถึง คุณต๊อบ อิทธิพัทธ์
ผู้นำ ด้านเครื่องดื่มชา คุณอาจจะนึกถึง คุณตัน อิชิตัน เป็นต้น
  .
เอาระดับใกล้ๆตัวบ้าง
ผู้นำประเทศ ก็คือ นายกรัฐมนตรี
ผู้นำจังหวัด ก็คือ ผู้ว่าราชการจังหวัด
ผู้นำอำเภอ ก็คือ นายอำเภอ
ผู้นำหมู่บ้าน ก็คือ ผู้ใหญ่บ้าน
ผู้นำครอบครัว อาจจะเป็น คุณพ่อ
  .
ถ้าเอาเรื่องในชีวิตประจำวัน ทั่วๆไป
ผู้นำ อาจจะหมายถึง กัปตันเครื่องบิน, กัปตันเรือ, กับตันรถโดยสาร
ผู้นำ อาจจะหมายถึง คนขับรถ, คนเดินนำ, คนวิ่งนำ
ผู้นำ อาจจะหมายถึง หัวหน้าห้อง, หัวหน้าชั้น, ประธานสาขา เป็นต้น
  .

ผู้นำที่ดี

ย่อมต้องมี ภาวะผู้นำ
ความสำคัญของผู้นำ คือ การนำหน้า ด้วยความชัดเจน และมุ่งมั่น
ถ้าผู้นำดี ผู้ตามก็สบาย ไม่หลงทาง ถึงที่หมาย หรือ เป้าหมาย 100%
 .
และถ้าเราเอาคำว่า แนะ
เข้าไปแทรกตรงกลาง ก็จะเป็น ผู้แนะนำ
 

ผู้แนะนำ

จะแปลว่า ที่ปรึกษา หรือ Advisor
คือเป็นทั้ง.. “ผู้ชี้แนะ” และ “เป็นผู้นำพา”
 
ผมไม่รู้ว่า คุณคิดยังไงกับคำว่า ผู้นำ
แน่นอน หลายคน คงชอบคำๆนี้
อาจจะเพราะ มันดูเท่ห์ ดู Cool ดู Smart
 
และผมไม่รู้ว่า คุณคิดยังไงกับคำว่า ผู้แนะนำ
แน่นอน หลายคน คงแอนตี้ คำๆนี้ เพราะคิดว่า
ธุรกิจเครือข่าย หรือ MLM แน่ๆเลย
แต่ ผู้นำแนะ ก็คือ ผู้นำประเภทนึง
ที่คุณสามารถเข้าใกล้ได้ง่ายที่สุดครับ
ไม่ต้องจ้างกันเป็นหมื่นๆ เหมือนที่ปรึกษาธุรกิจอื่นๆ
MLM แทบจะทุกบริษัท ปรึกษาฟรี! นั่น คือ โอกาส ของคุณ
 
ผมจะบอกว่า ก็ธุรกิจเครือข่าย หรือ MLM นี่แหละครับ
ที่มันเป็น ธุรกิจของผู้นำ ไง ไม่ใช่ธุรกิจของผู้ตาม
 
ถ้าคุณเป็นผู้ตาม ก็ทำแค่งานประจำ
ก็ตามก้น เจ้านาย เจ้าของบริษัทคุณไป
เพราะ นั่นคือ ผู้นำของคุณ
 
แล้วคุณก็ไม่มีสิทธิ มีเสียง ไปนำใครเท่าไหร่หรอก
เอามันสมอง ความรู้ แรงงาน เวลาของคุณ
ไปแลก เศษเงิน ทำงานหนัก รับใช้ความฝันเขาต่อไป..
 
แต่ถ้าคุณ สนใจทำธุรกิจเครือข่าย
ก็อย่าโง่ เข้าใจผิดว่า
ธุรกิจเครือข่าย หรือ MLM
เขาเน้น ขายของ กันนะครับ
 
คนที่เน้นขาย คือ คนระดับล่างๆ
ที่เพิ่งฝึกทำธุรกิจใหม่ๆ
ยังไม่เข้าใจแก่นแท้ ของธุรกิจเครือข่าย
 
ธุรกิจทั่วๆไป อาจจะใช่ คือ เน้นขายของ
ทุกๆธุรกิจ ก็ต้องขายของทั้งนั้นครับ
 
แต่ถ้าคุณอยู่ในธุรกิจเครือข่าย
แก่นของธุรกิจเครือข่าย คือ ขยาย
ใช่ครับ ขยาย ขยาย แล้วก็ขยาย
 
ธุรกิจทั่วๆไป คุณเคยคิดไหมครับ?
อยากขยายสาขา ขยายฐานลูกค้า
ทำให้ร่ำรวย รุ่งเรือง เติบโต แบบก้าวกระโดด
 
แน่นอน ผมว่าคุณไม่คิด
คิดสั้นๆ ตื้นๆ คือ แค่ขายให้มีเงินเลี้ยงชีวิตไปวันๆ
 
แต่ถ้าคุณทำธุรกิจเครือข่าย
แล้วอยาก คิดอย่างผู้นำ ทำอย่างผู้นำ
ผมจะบอกความลับสั้นๆให้ก็ได้ครับ
สิ่งที่ผู้นำเขาทำกัน ก็คือ #ขยายธุรกิจ
.
และการขยายธุรกิจ ถ้าคุณรู้เคล็ดลับจากผม
คุณแทบไม่ต้องชวน ไม่ต้องง้อ ไม่ต้องตื้อใครเลย 
มันมีวิธีที่ดีกว่านั้นเยอะครับ ไว้ผมจะมาบอกนะ 🙂
 
สำหรับคนมีความฝัน
และรู้ตัวว่า งานประจำ ที่คุณทำอยู่
ไม่สามารถทำให้ความฝันของคุณเป็นจริงได้
.

ข่าวดีก็คือ

ตอนนี้ผมกำลัง เปิดรับสมัครผู้นำ 10 คน
เป็น 10 คน ที่ผมจะปั้น จะสอนงานให้เอง ตัวต่อตัว
เพื่อให้คุณ สามารถสร้างรายได้ “เดือนละแสน ปีละล้าน”
และสามารถไปสอนคนอื่นสร้างรายได้ “เดือนละแสน ปีละล้าน” ด้วย!
 
หากคุณสนใจ เข้ารับการสัมภาษณ์จากผม
สามารถทักมาขอคำปรึกษาจากผมได้ ฟรี!
โดยแอดไลน์ผม แล้วพิมพ์ข้อความทิ้งไว้ว่า ” ปีละล้าน
Add มาที่ Line id : @ekstepza
 .

ประทัด-VS-ประทีป

ประทัด VS ประทีป

สรุปความรู้ดีๆ หลังจากที่ผมได้ฟังจาก ดร. เจมส์ และ พี่บอย วิสูตร จากเพจ Boy’s Thought

เรื่อง 21 ความแตกต่าง ระหว่าง ประทัด และประทีป

 

เกริ่นนำ

ปัจจุบัน จากอิทธิพลจากโลกออนไลน์ และสื่อโซเซียล ทำให้สมัยนี้ คนทั่วๆไป ดูเหมือนจะเก่ง จะไม่ลำบาก ดูมีความรู้ ดูเก่งกาจไปหมดเลย

ความรู้ กลายเป็นไม่ใช่ของหายาก และความเป็นส่วนตัว แพงกว่าการเป็นที่รู้จัก ซะอีก เราเริ่มแยกไม่ออกว่าสิ่งไหนเป็นเรื่องจริง สิ่งไหนเป็นการแสดง สร้างภาพ

มีคนเก่ง คนดัง หน้าใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกวัน ข้อมูลใหม่ๆเยอะ จนล้น

โลกโซเซียล หรือ Virtual Life คนรวยมากกว่าคนจน ในขณะที่ โลกแห่งความจริง หรือ Actual Life คนจน ยังมากกว่าคนรวยเหมือนเดิม

และเมื่อคนเสพสิ่งนี้มากๆ ทำให้ผู้คนเกิดโรค IMS หรือ Instant Millionaire Syndrome (โรคต้องการรวยแบบฉับพลัน เฉียบพลัน โดยไม่ต้องมีเหตุผลมารองรับ)

พอคนเป็นโรคนี้กันเยอะ สังคมก็เลยเกิด คน 5 ประเภท ที่ล้อมรอบตัวเราอยู่

 

คน 5 ประเภท

  1. ดูเหมือนดาวรุ่ง แต่ไม่พุ่งซักทาง (ตีความไม่ถูก ตรรกะไม่ถูก ใครติดตามจะเสียเวลา)
  2. ทำได้ทุกอย่าง เพื่อผลประโยชน์ (ศีลธรรม จริยธรรมไม่ค่อยมี โกงวิทยาศาสตร์ โกงพระพุทธเจ้า ใครติดตามจะตกเป็นเหยื่อ)
  3. ว่าร้ายกล่าวโทษ เมื่อไม่ได้ดั่งใจ (คุ้มดี คุ้มร้าย ใครติดตามจะเป็นโรคประสาท)
  4. เกิดมารับใช้ พวก 3 กลุ่มแรก (เชื่อคนง่าย เป็นพวกลิ่วล้อ ผสมโรง)
  5. มีสติปัญญา แบ่งแยก ผิดชอบ ชั่วดี

ลักษณะของคนกลุ่มที่ 5

5.1 ต้องแยกความเชื่อ ความจริง ความรู้สึกออกจากกันได้ (ใช้ อกาลิโก แยก)
5.2 ต้องรู้อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ
5.3 ต้องสามารถสร้างความสุข ที่ไม่เกี่ยวกับเงินได้
5.4 ต้องมีกองทุนอิสระภาพ
5.5 ต้องมีเครื่องมือ ยึดความถูกต้อง

*** สรุป คน 4 กลุ่มแรก คือ ประทัด ส่วนคนกลุ่มที่ 5 คือ ประทีป

 

คำศัพท์ เกี่ยวกับความรวย

  • Rich = รวย
  • Wealth = มั่งคั่ง
  • Prosper = รุ่งเรือง

คนที่เป็นประทีป จะเน้น สร้าง Prosper ให้ Real = Prospereal (รุ่งเรืองอย่างแท้จริง)

*** อยากเป็น Prospereal ต้องศึกษา 4 เรื่อง คือ Mind, Will, Skill, Wealth

21 ความแตกต่างระหว่าง ประทัด กับ ประทีป

➖➖➖➖➖ ความแตกต่าง ➖➖➖➖➖
 ข้อที่ – ประทัด – – ประทีป –
1 ประทุ ประเทือง
2 แตกตื่น แตกฉาน
3 โอเวอร์ โอวาท
4 ลุ่มหลง ลุ่มลึก
5 เน้น มโน เน้น มานะ
6 เน้นให้ เสก เน้นให้ สร้าง
7 เพ้อ เพี้ยน พัง ผัง แผน ภูมิ
8 หยาบ และ คาย ใหญ่ และ ครอง
9 สรุป เชื่อ ชิน กระจ่าง แจ้ง จริง
10 จรรโลงใจ เจริญจริง
11 ผล ดลบันดาล ผล สัมฤทธิ์
12 วุฒิ เงินตรา วุฒิ ปัญญา
13 อุดมกิน อุดมการณ์
14  พูดให้ไฟลุก ปลุกให้ตื่นรู้
15 ประสงค์ ในทรัพย์ ประทับ ในปัญญา
16 ประชันขันแข่ง แสดงศักยภาพ
17 กระตุ้น ความอยาก กระชาก ความหลง
18  หลงใหล คุณค่าเทียม เต็มเปี่ยม คุณค่าแท้
19 อ้างประเด็น อดีตที่ขื่นขม ให้ข้ามปม แล้วเดินต่อ
20 ตะกละ ตรรกะ
21 ใจ “เขลา” จ่ายเรา ใจ “เขา” ใจเรา

 

4 ทางเลือก แห่งการเรียนรู้

  1. การเรียนรู้ มีความเสี่ยง ตั้งสติเลี่ยง สิ่งมอมเมาคุณ
  2. การเรียนรู้ เรื่องหวาดเสียว หากไม่เฉลียว จะขาดทุน
  3. การเรียนรู้ อาจพลาดพลั้ง หากคุณหวัง จะถอนทุน
  4. การเรียนรู้ จะสัมฤทธิ์ หากปัญญาคิด เป็นต้นทุน

 

15 Step วิธีสร้าง Passive Income แบบต่อเนื่อง ไปทั้งชีวิต!

15 Step วิธีสร้าง Passive Income แบบต่อเนื่อง ไปทั้งชีวิต!

แชร์แนวคิด 3 Level & 15 Step
วิธีสร้าง Passive Income ต่อเนื่องทั้งชีวิต!
 
เคยได้ยินคำว่า คิดยังไง ได้ยังงั้นไหมครับ?
– คนเราเมื่อคิดยังไง ก็จะรู้สึกอย่างนั้น
– แล้วเมื่อรู้สึกยังไง ก็จะลงมือทำอย่างนั้น
– แล้วเมื่อลงมือทำยังไง ก็จะได้ผลลัพธ์อย่างนั้น
 
ดังนั้น.. ความคิด คือ ทุกอย่างครับ
ผมทำงานออนไลน์ มาหลายปี
มีคนสนใจอยากทำงาน ทักมาขอปรึกษาผมมากมาย
ทั้งทาง Facebook และ Line
และเมื่อได้ศึกษา รายละเอียดงานจากผม
แต่ละคน ก็มีความคิดต่างกันไป
 
คำถามของส่วนใหญ่ คือ ถ้าทำไม่ได้ละ?
 
คำว่า ถ้า ตัวใหญ่มากกกก
 
ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ คุณก็ทำไม่ได้ไงครับ
– เพราะ คุณจะรู้สึกว่า คุณทำไม่ได้
– แล้วคุณก็จะไม่พยายาม ทำให้มันสำเร็จ หรือไม่เริ่มทำเลย
– ในเมื่อไม่ทำ ก็จะไม่ได้ผลลัพธ์อะไรเลย
 
ตรงกันข้าม..
 
แต่ถ้าคุณเปลี่ยนเป็นถามว่า ถ้าทำได้ละ จะได้อะไรบ้าง?
(แน่นอน ไม่ค่อยมีใครถามผมแบบนี้ เพราะคนส่วนใหญ่ คิดลบ)
 
ข่าวดีครับ.. วันนี้ผมมีอีกเรื่องนึง ที่อยากบอกคุณ
เรื่อง ต้นเหตุของความคิดของคนเรา
 
คุณรู้ไหมว่า ความคิดเรามันมาจาก 2 สิ่ง คือ
1. สิ่งที่คุณได้อ่าน
2. สิ่งที่คุณได้ฟัง
 
คนที่คิดแต่เรื่องดีๆออกมา
เพราะ เขาอ่าน และฟังแต่เรื่องดีๆมาไงครับ
 
ส่วนคนที่คิดแต่เรื่องแย่ๆออกมา
เพราะ เขาอ่าน และฟังแต่เรื่องแย่ๆมาไงครับ
 
คุณไม่ต้องเชื่อผมหรอก แต่ลองไปพิสูจน์ดูได้
 
บทความนี้ยาวหน่อย แต่มีประโยชน์มาก
เพราะ ผมเอาแนวคิดดีๆ มาให้คุณอ่านก่อน
ผมเชื่อว่า.. หลังคุณอ่านจบ คุณจะได้รู้สึกดี
 
– เมื่อรู้สึกดี คุณอาจอยากจะทำสิ่งดีๆ
คือ การสมัครเข้ามาร่วมทีมกับผม ฝึกฝนการสร้างรายได้
เพื่อตัวคุณเอง เพื่อคนที่คุณรัก หรือเพื่อครอบครัวของคุณ
 
– แล้วเมื่อคุณได้ลงมือทำ ผลลัพธ์ก็จะตามมา
 
– ส่วนผลลัพธ์ของคุณ จะมาก จะน้อย นั้น.. ผมก็ตอบไม่ได้นะ
 
*** เพราะมันขึ้นอยู่กับ (เป้าหมาย + ความพยายาม) ของคุณ
 

เอาละครับ มาเริ่มกันเลย

(ปล.บทความนี้เกี่ยวกับ www.SiamTopupTeam.com นะครับ)
(เป็นงานแนะนำระบบเติมเงิน สมัคร 300 บาท ต่ออายุ เดือนละ 50 บาท)
(ผมมีรายได้แบบ Passive Income แบบนี้อยู่ ยืนยันว่าทำได้จริง 100%)
.

### Level 1 : เริ่มต้นสร้างทีม แนะนำตรงให้เป็น ###

(เพราะ ธุรกิจจะเติบโตได้จากการขยายครับ ไม่ใช่การสมัครไว้ใช้งานเองเฉยๆ)

 .
1. เมื่อคุณได้เข้าร่วมทีม ได้ศึกษา VDO ต่างๆ และเข้าใจ
ระบบที่ SiamTopupTeam สอน และนำสื่อต่างๆของทีม ไปทำการตลาดให้เป็น!
(ถ้าคุณเข้าใจคำว่า ทำการตลาดให้เป็น! คุณจะไม่ต้องตื้อ หรือง้อใครเลย)
 .
และเมื่อคุณสามารถแนะนำ บอกต่อโอกาส ให้สมาชิกใหม่ได้ 1 คนแรก
คุณจะรับค่าแนะนำ 150 บาท จากระบบ SiamTopup ทันที!
และจะรับรายได้แบบ Passive Income ต่อเนื่องอีก
เดือนละ 25 บาท ไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต
(หรือ 1 ปี x 12 เดือน = 300 บาท/ปี)
 .
*** ง่ายไหมครับ? นี่ได้แล้วนะ Passive Income ทั้งชีวิต
*** เพียงแต่มันแค่ 25 บาท/เดือน เลยดูไม่เยอะ
 .
2. เมื่อคุณศึกษา และเข้าใจระบบเพิ่มอีก
จนแนะนำ บอกต่อโอกาส ให้สมาชิกได้อีก 1 คน (รวมเป็น 2 คน)
คุณจะรับค่าแนะนำเพิ่มอีก 150 บาท ทันที! (รวมเป็น 300 บาท)
และจะรับรายได้แบบ Passive Income
กลายเป็นเดือนละ 50 บาท ไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต
(หรือ 1 ปี x 12 เดือน = 600 บาท/ปี)
.
*** ผ่านข้อนี้ได้ คุณจะมีรายได้เพิ่ม 2 เท่า จากข้อแรก
.
3. เมื่อคุณศึกษา และเข้าใจ และขยันเพิ่มอีก
จนแนะนำ บอกต่อโอกาส ให้สมาชิกได้อีก 1 คน (รวมเป็น 3 คน)
คุณจะรับค่าแนะนำเพิ่มอีก 150 บาท ทันที! (รวมเป็น 450 บาท)
และจะรับรายได้แบบ Passive Income
กลายเป็นเดือนละ 75 บาท ไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต
(หรือ 1 ปี x 12 เดือน = 900 บาท/ปี)
.
*** ผ่านข้อนี้ได้ คุณจะมีรายได้เพิ่ม 3 เท่า จากข้อแรก
.
4. เมื่อคุณศึกษา และเข้าใจ และขยันเพิ่มอีก
จนแนะนำ บอกต่อโอกาส ให้สมาชิกได้อีก 1 คน (รวมเป็น 4 คน)
คุณจะรับค่าแนะนำเพิ่มอีก 150 บาท ทันที! (รวมเป็น 600 บาท)
และจะรับรายได้แบบ Passive Income
กลายเป็นเดือนละ 100 บาท ไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต
(หรือ 1 ปี x 12 เดือน = 1,200 บาท/ปี)
.
*** ผ่านข้อนี้ได้ คุณจะมีรายได้เพิ่ม 4 เท่า จากข้อแรก
.
5. เมื่อคุณศึกษา และเข้าใจ และขยันเพิ่มอีก
จนแนะนำ บอกต่อโอกาส ให้สมาชิกได้อีก1 คน (รวมเป็น 5 คน)
คุณจะรับค่าแนะนำเพิ่มอีก 150 บาท ทันที! (รวมเป็น 750 บาท)
และจะรับรายได้แบบ Passive Income
กลายเป็นเดือนละ 125 บาท ไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต
(หรือ 1 ปี x 12 เดือน = 1,500 บาท/ปี)
.
*** ผ่านข้อนี้ได้ คุณจะมีรายได้เพิ่ม 5 เท่า จากข้อแรก
.
*** อธิบายเพิ่มเติม
ถ้าคุณแนะนำตรง 1 คน
คุณจะรับรายได้ 150 บาททันที
และ เดือนถัดๆไป จะรับ Passive Income 25 บาท/เดือน
ตลอดไป ซ้ำๆ ทุกๆเดือน
 
ถ้าคุณแนะนำตรง 10 คน
คุณก็จะรับรายได้ 1,500 บาท
และ เดือนถัดๆไป จะรับ Passive Income 250 บาท/เดือน
ตลอดไป ซ้ำๆ ทุกๆเดือน
 
ถ้าคุณแนะนำตรง 100 คน
คุณจะรับรายได้ 15,000 บาท
และ เดือนถัดๆไป จะรับ Passive Income 2,500 บาท/เดือน
ตลอดไป ซ้ำๆ ทุกๆเดือน
 
ถ้าคุณแนะนำตรง 1,000 คน
คุณจะรับรายได้ 150,000 บาท
และ เดือนถัดๆไป จะรับ Passive Income 25,000 บาท/เดือน
ตลอดไป ซ้ำๆ ทุกๆเดือน
 
ถ้าคุณแนะนำตรง 10,000 คน
คุณจะรับรายได้ 1,500,000 บาท
และ เดือนถัดๆไป จะรับ Passive Income 250,000 บาท/เดือน
ตลอดไป ซ้ำๆ ทุกๆเดือน
 
.
รายได้ไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับความขยัน คือ แบบนี้ครับ
.
“คุณไม่มีวันขายของ ให้คนนับพันได้
จนกว่าคุณจะเรียนรู้วิธีขาย ให้คนหนึ่งคน”
– Claude C.Hopkins.

“แล้วหลังจากคุณขายของ ให้คนหนึ่งคนเป็น
คุณจะขายให้กี่คนก็ได้ คุณก็แค่ ทำมันซ้ำๆ”
– Ekkachai Taimuang (EkStepZa)
 
—–
 

### Level 2 : พัฒนาตัวเองเป็นผู้นำ สอนต่อทีมงานให้เป็น ###

 
6. เมื่อคุณเข้าใจการทำงาน และสอนทีมงานได้
คุณจะเหนื่อยน้อยลง แต่ได้ผลลัพธ์มากขึ้น เป็นพลังทวีคูณ
เพราะ บริษัทจ่ายรายได้ให้เรา 4 ชั้นลึก!
 
ตัวอย่างเช่น..
 
คุณแนะนำ บอกต่อสมาชิกได้ 1 คนแรก
แล้วสอนให้ 1 คนนั้น เข้าใจระบบ และทำเป็นเหมือนคุณ
แล้วถ้าเขาทำเป็น แล้วไปสอนต่อเป็นด้วย
 
ทีมงานชั้น 1 : คุณจะมี 1 คน
ทีมงานชั้น 2 : คุณจะมี 1 คน
ทีมงานชั้น 3 : คุณจะมี 1 คน
ทีมงานชั้น 4 : คุณจะมี 1 คน
 
คุณจะรับรายได้ 150+45+45+45 = 285 บาท
ทุกๆเดือน คุณจะรับ 25+7.5+7.5+7.5 = 47.50 บาท/เดือน
เอามา x 12 เดือน จะได้ = 570 บาท/ปี (ไปเรื่อยๆ ตลอดไป)
 
7. คราวนี้ ยิ่งคุณแนะนำมากขึ้น + สอนทีมงานมากขึ้น
รายได้ก็จะมากขึ้น เป็นทวีคูณ
 
ตัวอย่างเช่น..
 
คุณแนะนำ บอกต่อสมาชิกได้ทั้งหมดแค่ 2 คน
แล้วสอนให้ 2 คนนั้น เข้าใจระบบ และทำเป็นเหมือนคุณ
แล้วถ้าเขาทำเป็น แล้วไปสอนต่อเป็นด้วย
 
ทีมงานชั้น 1 : คุณจะมี 2 คน
ทีมงานชั้น 2 : คุณจะมี 4 คน
ทีมงานชั้น 3 : คุณจะมี 8 คน
ทีมงานชั้น 4 : คุณจะมี 16 คน
 
คุณจะรับรายได้ = 1,560 บาท
ทุกๆเดือน คุณจะรับ = 260 บาท/เดือน
เอามา x 12 เดือน จะได้ = 3,120 บาท/ปี (ไปเรื่อยๆ ตลอดไป)
 
8. ถ้าขยันเพิ่ม สร้างทีมงานแค่ 3 คน และสอน 3 คนนี้ให้เป็นผู้นำ
 
ตัวอย่างเช่น..
 
คุณแนะนำ บอกต่อสมาชิกได้ทั้งหมด 3 คน
แล้วสอนให้ 3 คนนั้น เข้าใจระบบ และทำเป็นเหมือนคุณ
แล้วถ้าเขาทำเป็น แล้วไปสอนต่อเป็นด้วย
 
ทีมงานชั้น 1 : คุณจะมี 3 คน
ทีมงานชั้น 2 : คุณจะมี 9 คน
ทีมงานชั้น 3 : คุณจะมี 27 คน
ทีมงานชั้น 4 : คุณจะมี 81 คน
 
คุณจะรับรายได้ = 5,715 บาท
ทุกๆเดือน คุณจะรับ = 952.50 บาท/เดือน
เอามา x 12 เดือน จะได้ = 11,430 บาท/ปี (ไปเรื่อยๆ ตลอดไป)
 
*** แค่นี้ก็รายได้ ปีละหมื่นแล้ว! เข้าใจพลังทวีคูณรึยังครับ?
 
9. ถ้าขยันเพิ่ม สร้างทีมงานแค่ 4 คน และสอน 4 คนนี้ให้เป็นผู้นำ
 
ตัวอย่างเช่น..
 
คุณแนะนำ บอกต่อสมาชิกได้ทั้งหมด 4 คน
แล้วสอนให้ 4 คนนั้น เข้าใจระบบ และทำเป็นเหมือนคุณ
แล้วถ้าเขาทำเป็น แล้วไปสอนต่อเป็นด้วย
 
ทีมงานชั้น 1 : คุณจะมี 4 คน
ทีมงานชั้น 2 : คุณจะมี 16 คน
ทีมงานชั้น 3 : คุณจะมี 64 คน
ทีมงานชั้น 4 : คุณจะมี 256 คน
 
คุณจะรับรายได้ = 15,720 บาท
ทุกๆเดือน คุณจะรับ = 2,620 บาท/เดือน
เอามา x 12 เดือน จะได้ = 31,440 บาท/ปี (ไปเรื่อยๆ ตลอดไป)
 
*** เข้าใจพลังทวีคูณ มากขึ้นอีกไหมครับ?
 
10. ถ้าขยันเพิ่ม สร้างทีมงานแค่ 5 คน และสอน 5 คนนี้ให้เป็นผู้นำ
 
ตัวอย่างเช่น..
 
คุณแนะนำ บอกต่อสมาชิกได้ทั้งหมด 5 คน
แล้วสอนให้ 5 คนนั้น เข้าใจระบบ และทำเป็นเหมือนคุณ
แล้วถ้าเขาทำเป็น แล้วไปสอนต่อเป็นด้วย
 
ทีมงานชั้น 1 : คุณจะมี 5 คน
ทีมงานชั้น 2 : คุณจะมี 25 คน
ทีมงานชั้น 3 : คุณจะมี 125 คน
ทีมงานชั้น 4 : คุณจะมี 625 คน
 
คุณจะรับรายได้ = 35,625 บาท
ทุกๆเดือน คุณจะรับ = 5,937.50 บาท/เดือน
เอามา x 12 เดือน จะได้ = 71,250 บาท/ปี (ไปเรื่อยๆ ตลอดไป)
 
*** เข้าใจพลังทวีคูณ มากขึ้นอีกไหมครับ?
 
*** อธิบายเพิ่มเติม + ลุยต่อ
ถ้าคุณแนะนำตรงได้แค่ 6 คน และสอน ทั้ง 6 คนให้เป็นผู้นำ
คุณจะรับรายได้ 70,560 บาท
และจะรับ Passive Income 11,760 บาท/เดือน ทุกๆเดือน
หรือ x 12 จะได้ = 141,120 บาท/ปี ทุกๆปี
 
ถ้าคุณแนะนำตรงได้แค่ 7 คน และสอน ทั้ง 7 คนให้เป็นผู้นำ
คุณจะรับรายได้ 126,735 บาท
และจะรับ Passive Income 21,122.50 บาท/เดือน ทุกๆเดือน
หรือ x 12 จะได้ = 253,470 บาท/ปี ทุกๆปี
 
ถ้าคุณแนะนำตรงได้แค่ 8 คน และสอน ทั้ง 8 คนให้เป็นผู้นำ
คุณจะรับรายได้ 211,440 บาท
และจะรับ Passive Income 35,240 บาท/เดือน ทุกๆเดือน
หรือ x 12 จะได้ = 422,880 บาท/ปี ทุกๆปี
 
ถ้าคุณแนะนำตรงได้แค่ 9 คน และสอน ทั้ง 9 คนให้เป็นผู้นำ
คุณจะรับรายได้ 333,045 บาท
และจะรับ Passive Income 55,507.50 บาท/เดือน ทุกๆเดือน
หรือ x 12 จะได้ = 666,090 บาท/ปี ทุกๆปี
 
ถ้าคุณแนะนำตรงได้แค่ 10 คน และสอน ทั้ง 10 คนให้เป็นผู้นำ
คุณจะรับรายได้ 501,000 บาท
และจะรับ Passive Income 83,500 บาท/เดือน ทุกๆเดือน
หรือ x 12 จะได้ = 1,002,000 บาท/ปี ทุกๆปี
 

*** ขอถามย้ำอีกครั้ง!

ถ้าคุณต้องใช้ความพยายาม 1 ปี
ในการค้นหา คนที่จริงจังเหมือนคุณ แค่ 10 คน แล้วสอนเขา
แล้วมันทำให้คุณรับรายได้ 501,000 บาท
และมีรายต่อเนื่องอีก ทุกๆเดือน เดือนละ 83,500 บาท
หรือ x 12 จะได้ = 1,002,000 บาท/ปี ทุกๆปี
ไปเรื่อยๆ ตลอดทั้งชีวิต คุณว่าคุ้มไหมครับ?
 

### Level 3 : ฝันให้ใหญ่ แล้วไปให้ถึง ###

 
คนทั่วไปเอาแต่ฝันเล็กๆ พยายามนิดหน่อย
แล้วก็ท้อแท้ แล้วก็เลิกพยายาม กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม
ซึ่งชีวิตแบบเดิม ก็ไม่ได้มีอะไรดี!
 
ละครแย่ๆ ไม่สนุก เรายังเปลี่ยนช่องหนี
แล้วชีวิตแย่ๆ คุณทนอยู่ได้ยังไงครับ?
 
ข้อที่ 11 – 15 ผมจะสอนคุณฝันให้ใหญ่ แล้วไปให้ถึง
 
11. ไม่ว่าตอนนี้คุณจะมีรายได้ เดือนละเท่าไหร่?
คุณก็รู้สึกว่า มันยังไม่พอ ใช่รึเปล่า?
 
มนุษย์มีความสามารถอย่างนึง คือ
ไม่ว่า เราจะมีรายได้มากเท่าไหร่?
เราก็หารายจ่ายมาเพิ่มได้มากเท่านั้น!
เงินเก็บเลยไม่ค่อยเหลือ..
 
งั้นมาลุยต่อครับ!
 
บริษัทให้โอกาสเรา แนะนำ บอกต่อโอกาส ได้ไม่จำกัด!
งั้นเราก็มา ฝั่นให้ใหญ่ + ปั้นผู้นำเพิ่มอีก
 
คราวนี้เรามาสร้างทีมงานคนที่ 11
และสอน 11 คนนี้ให้เป็นผู้นำ
 
ตัวอย่างเช่น..
 
คุณแนะนำ บอกต่อสมาชิกได้ทั้งหมดแค่ 11 คน
แล้วสอนให้ 11 คนนั้น เข้าใจระบบ และทำเป็นเหมือนคุณ
แล้วถ้าเขาทำเป็น แล้วไปสอนต่อเป็นด้วย
 
ทีมงานชั้น 1 : คุณจะมี 11 คน
ทีมงานชั้น 2 : คุณจะมี 121 คน
ทีมงานชั้น 3 : คุณจะมี 1,331 คน
ทีมงานชั้น 4 : คุณจะมี 14,641 คน
 
คุณจะรับรายได้ = 725,835 บาท
ทุกๆเดือน คุณจะรับ = 120,972.50 บาท/เดือน
เอามา x 12 เดือน จะได้ = 1,451,670 บาท/ปี (เรื่อยๆ ตลอดไป)
 
*** ใช้พอไหมครับ? หรือถ้าสำเร็จแค่ 10%
คือ 145,167 บาท/ปี คุณใช้จ่ายพอไหม?
 
12. คราวนี้เรามาสร้างทีมงานคนที่ 12
และสอน 12 คนนี้ให้เป็นผู้นำ
 
ตัวอย่างเช่น..
 
คุณแนะนำ บอกต่อสมาชิกได้ทั้งหมดแค่ 12 คน
แล้วสอนให้ 12 คนนั้น เข้าใจระบบ และทำเป็นเหมือนคุณ
แล้วถ้าเขาทำเป็น แล้วไปสอนต่อเป็นด้วย
 
ทีมงานชั้น 1 : คุณจะมี 12 คน
ทีมงานชั้น 2 : คุณจะมี 144 คน
ทีมงานชั้น 3 : คุณจะมี 1,728 คน
ทีมงานชั้น 4 : คุณจะมี 20,736 คน
 
คุณจะรับรายได้ = 1,019,160 บาท
ทุกๆเดือน คุณจะรับ = 169,860 บาท/เดือน
เอามา x 12 เดือน จะได้ = 2,038,320 บาท/ปี (เรื่อยๆ ตลอดไป)
 
*** ใช้พอไหมครับ? หรือถ้าสำเร็จแค่ 10%
คือ 203,832 บาท/ปี คุณใช้จ่ายพอไหม?
 
13. คราวนี้เรามาสร้างทีมงานคนที่ 13
และสอน 13 คนนี้ให้เป็นผู้นำ
 
ตัวอย่างเช่น..
 
คุณแนะนำ บอกต่อสมาชิกได้ทั้งหมดแค่ 13 คน
แล้วสอนให้ 13 คนนั้น เข้าใจระบบ และทำเป็นเหมือนคุณ
แล้วถ้าเขาทำเป็น แล้วไปสอนต่อเป็นด้วย
 
ทีมงานชั้น 1 : คุณจะมี 13 คน
ทีมงานชั้น 2 : คุณจะมี 169 คน
ทีมงานชั้น 3 : คุณจะมี 2,197 คน
ทีมงานชั้น 4 : คุณจะมี 28,561 คน
 
คุณจะรับรายได้ = 1,393,665 บาท
ทุกๆเดือน คุณจะรับ = 232,277.50 บาท/เดือน
เอามา x 12 เดือน จะได้ = 2,787,330 บาท/ปี (เรื่อยๆ ตลอดไป)
 
*** ใช้พอไหมครับ? หรือถ้าสำเร็จแค่ 10%
คือ 278,733 บาท/ปี คุณใช้จ่ายพอไหม?
 
14. คราวนี้เรามาสร้างทีมงานคนที่ 14
และสอน 14 คนนี้ให้เป็นผู้นำ
 
ตัวอย่างเช่น..
 
คุณแนะนำ บอกต่อสมาชิกได้ทั้งหมดแค่ 14 คน
แล้วสอนให้ 14 คนนั้น เข้าใจระบบ และทำเป็นเหมือนคุณ
แล้วถ้าเขาทำเป็น แล้วไปสอนต่อเป็นด้วย
 
ทีมงานชั้น 1 : คุณจะมี 14 คน
ทีมงานชั้น 2 : คุณจะมี 196 คน
ทีมงานชั้น 3 : คุณจะมี 2,744 คน
ทีมงานชั้น 4 : คุณจะมี 38,416 คน
 
คุณจะรับรายได้ = 1,863,120 บาท
ทุกๆเดือน คุณจะรับ = 310,520 บาท/เดือน
เอามา x 12 เดือน จะได้ = 3,726,240 บาท/ปี (เรื่อยๆ ตลอดไป)
 
*** ใช้พอไหมครับ? หรือถ้าสำเร็จแค่ 10%
คือ 372,624 บาท/ปี คุณใช้จ่ายพอไหม?
 
15. คราวนี้เรามาสร้างทีมงานคนที่ 15
และสอน 15 คนนี้ให้เป็นผู้นำ
 
ตัวอย่างเช่น..
 
คุณแนะนำ บอกต่อสมาชิกได้ทั้งหมดแค่ 15 คน
แล้วสอนให้ 15 คนนั้น เข้าใจระบบ และทำเป็นเหมือนคุณ
แล้วถ้าเขาทำเป็น แล้วไปสอนต่อเป็นด้วย
 
ทีมงานชั้น 1 : คุณจะมี 15 คน
ทีมงานชั้น 2 : คุณจะมี 225 คน
ทีมงานชั้น 3 : คุณจะมี 3,375 คน
ทีมงานชั้น 4 : คุณจะมี 50,625 คน
 
คุณจะรับรายได้ = 2,442,375 บาท
ทุกๆเดือน คุณจะรับ = 407,062.50 บาท/เดือน
เอามา x 12 เดือน จะได้ = 4,884,750 บาท/ปี (เรื่อยๆ ตลอดไป)
 
*** ใช้พอไหมครับ? หรือถ้าสำเร็จแค่ 10%
คือ 488,475 บาท/ปี คุณใช้จ่ายพอไหม?
 
*** อธิบายเพิ่มเติม + ลุยต่อ
ถ้าคุณแนะนำตรงได้แค่ 16 คน แต่สามารถสอนทั้ง 16 คนนี้ให้เป็นผู้นำ
คุณจะรับรายได้ 3,147,360 บาท
และจะรับ Passive Income 524,560 บาท/เดือน ทุกๆเดือน
หรือ x 12 จะได้ = 6,294,720 บาท/ปี ทุกๆปี
 
ถ้าคุณแนะนำตรงได้แค่ 17 คน แต่สามารถสอนทั้ง 17 คนนี้ให้เป็นผู้นำ
คุณจะรับรายได้ 3,995,085 บาท
และจะรับ Passive Income 665,847.50 บาท/เดือน ทุกๆเดือน
หรือ x 12 จะได้ = 7,990,170 บาท/ปี ทุกๆปี
 
ถ้าคุณแนะนำตรงได้แค่ 18 คน แต่สามารถสอนทั้ง 18 คนนี้ให้เป็นผู้นำ
คุณจะรับรายได้ 5,003,640 บาท
และจะรับ Passive Income 833,940 บาท/เดือน ทุกๆเดือน
หรือ x 12 จะได้ = 10,007,280 บาท/ปี ทุกๆปี
 
ถ้าคุณแนะนำตรงได้แค่ 19 คน แต่สามารถสอนทั้ง 19 คนนี้ให้เป็นผู้นำ
คุณจะรับรายได้ 6,192,195 บาท
และจะรับ Passive Income 1,032,032.50 บาท/เดือน ทุกๆเดือน
หรือ x 12 จะได้ = 12,384,390 บาท/ปี ทุกๆปี
 
ถ้าคุณแนะนำตรงได้แค่ 20 คน แต่สามารถสอนทั้ง 20 คนนี้ให้เป็นผู้นำ
คุณจะรับรายได้ 7,581,000 บาท
และจะรับ Passive Income 1,263,500 บาท/เดือน ทุกๆเดือน
หรือ x 12 จะได้ = 15,162,000 บาท/ปี ทุกๆปี

VDO รีวิวรายได้จากระบบ SiamTopup วันละ 150 – 1500 บาท (รายได้ตามผลงาน)

 .

 

VDO วิธีพิชิตรายได้ 83,500 บาท/เดือน ใน 365 วัน

.

 

VDO วิธีพิชิตรายได้ 1.2 ล้านบาท/เดือน ใน 730 วัน

 .
 —

สรุปความลับในการสร้าง Passive Income

จากธุรกิจนี้ ก็คือ ” ไม่ต้องแนะนำเยอะ แต่จงสร้างผู้นำ “
วันนี้คนไทย เล่น Internet เล่น Facebook เล่น Line กัน ราวๆ 45 ล้านคน
คุณแค่ ค้นหา และพัฒนาคนที่เอาจริงแบบคุณ ซัก 10 – 20 คน ก็พอ!
 .
ล่าสุด.. 30/3/2560
ตอนนี้ผม แนะนำตรงไป 100 กว่าๆ เกือบจะ 200 คนแล้ว
ซึ่งทุกคน ตัดสินใจสมัครมาเอง หลังจากศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดแล้ว
โดยผมไม่ได้ง้อ หรือตื้อเลย และผมกำลังสอนให้ทั้ง 200 คนนี้ ให้เป็นผู้นำ
 
*** ถ้าคุณต้องใช้ความพยายาม 2 ปี 3 ปี 4 ปี หรือ ซัก 5 ปี
เพื่อพิชิตเป้าหมาย ตามข้อ 1 – 15 และที่ผมอธิบายเพิ่มให้สำเร็จ
แล้วตลอดไปทั้งชีวิต คุณมีอิสระภาพ ทั้งการเงิน และเวลา
คุณว่า.. มันคุ้มที่จะพยายามไหมครับ?
.
 
Ekkachai Taimuang (EkStepZa)
ใครศึกษาจนพร้อมลุยแล้ว รีบทักมาหาผมที่ไลน์ไอดี ekstepza นะครับ
คุณสามารถเริ่มต้นเรียนรู้ และสร้างรายได้ไปพร้อมๆกับผม ได้วันนี้เลย!
ปล.ให้ทักมาแจ้งผมว่า ” พร้อมลุย อยากร่วมทีมแล้ว “
 .

ความลับของคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต

คุณ เคยนึกบ้างไหม? ว่า.. ในอนาคตคุณน่าจะเป็นคนที่ล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จ? แน่นอนว่าเราทุกคนต่างก็มีความฝัน แต่มีสักกี่คนที่ทำได้ดั่งที่ใจฝันไว้ มีคนจำนวนไม่น้อยที่ละทิ้งความฝันเพียงเพราะเจออุปสรรค จึงทำให้โอกาสดีๆ ในชีวิตหลุดลอยไป และนี่คือสิ่งที่ทำให้แต่ละคน มีบั้นปลายชีวิตที่แตกต่างกัน

ความแตกต่างระหว่าง คนที่ล้มเหลวและคนที่ประสบความสำเร็จคือ “แนวคิดในการใช้ชีวิต และ การเห็นในสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็น” คนที่ประสบความสำเร็จมักจะเป็นคนที่มีมุมมองที่ไม่เหมือนคนทั่วไป “วิธีคิดและมุมมอง ทำให้ชีวิตของคุณประสบความสำเร็จ และแตกต่างจากคนอื่น”

สิ่งที่คุณคิดและมุมมองของคุณที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันจะเป็นตัวบ่งชี้อนาคตของคุณในภายภาคหน้า บางคน เมื่อวัยเด็กเป็นคนฉลาด เรียนรู้เร็ว มีความคล่องแคล่ว ว่องไว กล้าพูดกล้าทำ หัวสมองดีจดจำตำราได้แม่นยำ แต่ปัจจุบันเขาเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือน ในขณะที่อีกคนก็มีลักษณะไม่แตกต่างกันมากเท่าไหร่นัก แต่กลับเป็นเศรษฐีพันล้าน

อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขามีชีวิตที่แตกต่างกันความแตกต่างระหว่างความ สำเร็จและความล้มเหลวคืออะไร ความจริงแล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตตัวเราเอง คือผู้กำหนด เห็นได้จากสิ่งที่กระทำในปัจจุบันจะส่งผล โดยตรงต่ออนาคต คนที่รู้จักอดออมในภายภาคหน้าก็จะมีเงินทอง  ส่วนบางคนมีเงินเยอะใช้ฟุ่มเฟือยในอนาคตอาจจะหมดตัวไม่เหลืออะไรเลย

วันนี้เราลองมองดูตัวเองสิว่า ปัจจุบันเราทำอะไรอยู่และในอนาคตเราจะเป็นอย่างไร เปิดใจให้กว้าง ประเมินตัวเองอย่างตรงไปตรงมา มนุษย์เราทุกคนเกิดมาก็มีอะไรไม่แตกต่างกัน (ยกเว้นคนพิการ) การที่เราจะประสบความสำเร็จในชีวิตก็ต้องเห็นโอกาสก่อนคนอื่น ต้องรู้จักคิดวางแผนชีวิต และกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน เวลาผ่านไปรวดเร็ว อย่าพลัดวันประกันพรุ่ง รีบวางแผนชีวิตเสีย ตั้งแต่วันนี้เพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้า

คนที่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่มักจะมีลักษณะเด่น  ดังนี้

 ชอบคิด แต่ไม่ใช่การคิดในลักษณะที่เพ้อฝัน ให้คิดในสิ่งที่น่าจะเป็นไปได้ “มองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น” นี่คือเคล็ดลับเศรษฐีร้อยล้าน

 มีทัศนคติที่ดี และเชื่อว่าสามารถเป็นไปได้ ความเชื่อจะทำให้ทุกสิ่งเป็นจริงและเป็นไปได้

 ไม่ตีกรอบตัวเองให้อยู่จุดเดิม รู้จักมองโลกให้กว้างขึ้น หาสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต เพื่อโอกาสที่ดีกว่า

 มีจุดมุ่งหมายชัดเจน และเดินหน้าตามแผนที่ตั้งไว้อย่างจริงจัง ไม่เห็นปัญหาเป็นเรื่องใหญ่ เพราะปัญหามีไว้ให้แก้และหากทำได้ก็คือ “เราอยู่เหนือปัญหา”

 หมั่นสำรวจตัวเองอยู่เสมอ รู้จุดอ่อนและจุดแข็งของตัวเอง จะทำให้เรามองเห็นจุดบกพร่องที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จได้อย่างชัดเจน

 มีความกระตือรือร้น หรือความมุ่งมั่นในสิ่งที่จะทำ เห็นคุณค่าและรักในงานที่ทำ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เรามีความกระตือรือร้นที่จะทำให้สำเร็จ

 บุคลิกดี ดูมีชีวิตชีวา หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ใครเห็นก็อยากคบหาสมาคมด้วย เป็นการสร้างโอกาสในสังคมให้แก่ตัวเองได้เป็นอย่างดี

 มีพลังแห่งการตัดสินใจ เราต่างมีพลังมหาศาลที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวกันอยู่แล้ว โดยต้องเกิดจากการตัดสินใจก่อนที่จะมีการลงมือทำ สิ่งที่เราประสบต่างเป็นผลจากการตัดสินใจของเราเอง การเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้นกับชีวิต

 พัฒนาตัวเอง ต้องทำตัวให้พร้อมสำหรับโอกาสที่จะผ่านเข้ามา เพราะโอกาสอาจไม่เกิดขึ้นได้อีก หากไม่รู้จักเตรียมตัวให้พร้อมโอกาสอาจหลุดลอยไปอย่างรวดเร็ว

 รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นที่อยู่รอบข้าง อาจมีทั้งความคิดเห็นในแง่บวกและลบ ซึ่งความคิดเห็น ทั้งสองลักษณะล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น บางครั้งความคิดเห็นเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจนำไปสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้

 คิดบวก การที่จะล้มเหลวหรือประสบผลสำเร็จนั้น วัดกันตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการคิด เลือกคิดบวกเริ่มต้นคุยถึงสิ่งดีๆ เลือกรับข้อมูลที่สร้างสรรค์ ที่จะช่วยกระตุ้นหรือสร้างแรงบันดาลใจในทางที่ดี นอกจากนี้แล้ว การอยู่ในสังคมที่คิดบวก ก็จะเป็นคนที่คิดทางบวก มากกว่าคนที่คิดทางลบ

 ยอมรับสิ่งใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลง คนที่ประสบความสำเร็จมักจะ ไม่หยุดนิ่ง” มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามสถานการณ์ปัจจุบัน รู้จักบริหารเวลา ผู้ที่ประสบความสำเร็จต้องรู้จักบริหารเวลาของตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ

“บางครั้งความคิดเห็นเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อาจนำไปสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้”

แนวคิดในการใช้ชีวิตอย่างถูกต้องเหมาะสม จึงเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ส่งผลให้คนคนหนึ่งประสบความสำเร็จในชีวิตได้ คำถามที่ว่านั้นบั้นปลายของชีวิตคุณจะเป็นเช่นไร คำตอบ จึงขึ้นอยู่กับแนวความคิดและมุมมองของคุณนั่นเอง

จงจำไว้ว่าความสำเร็จของชีวิต ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอันสวยงาม     แต่เส้นทางของชีวิตย่อมผ่านความ
ยากลำบาก  ปัญหานานา  ความผิดพลาดต่างๆ  ก่อนจะเบ่งบานสดชื่นเป็นดอกไม้อันงดงาม   เหมือนกุหลาบแสน สวยที่กิ่ง ก้านเต็มไปด้วยหนามหนา

 

คำค้นหา : ความลับ ความสำเร็จ, ประสบความสำเร็จ

ผู้เขียน : เอกชัย ท้ายเมือง

วันที่เขียน : 29 พ.ย. 2556, 04:26 น.

เงิน VS ทักษะในการทำเงิน อะไรสำคัญกว่า?

เงิน VS ทักษะในการทำเงิน อะไรสำคัญกว่า?

มีหลายๆครั้ง ที่ผมเจอนักธุรกิจมือใหม่ ใจร้อนอยากทำเงินได้ไวๆ

แต่เท่าที่ผมเห็น ทักษะพื้นฐาน เค้ายังไม่มีเลย แนวคิดที่ถูกต้องก็ยังไม่มี

แล้วก็ไม่เรียนรู้ระบบ ไม่เรียนรู้วิธีทำงานที่ได้ผล แต่ไปเริ่มทำงานมั่วๆ

แล้วจะได้เงินไวๆไหมละครับ?

quote012

อย่าให้ความสำคัญกับ เงิน มากไป

จงให้ความสำคัญกับ..

ทักษะ ในการทำธุรกิจ หรือการทำเงิน

เพราะเงิน เราใช้แล้วหมดไป

แต่ทักษะ ยิ่งฝึก ยิ่งใช้ เราก็ยิ่งเชี่ยวชาญ

 

วันนี้ไม่ว่าคุณกำลังทำธุรกิจอะไรอยู่ก็ตาม คุณลองถามตัวเองดูง่ายๆก็ได้ครับ เช่น คุณกำลังทำร้านอาหาร เปิดร้านเสริมสวย เปิดร้านตัดผม ขายไก่ทอด ขายโรตี เป็นวินมอเตอร์ไซด์ หรือแม้กระทั้ง เป็นขอทาน ก็ต้องฝึกทักษะในการทำธุรกิจ ทั้งนั้นครับ จริงไหม?

ตัวอย่างเช่น

  • ทำร้านอาหาร ต้องรู้ว่าเลือกวัตถุยังไง? ปรุงอาหารยังไง? ตกแต่งร้านยังไง? จ้างลูกน้องกี่ตำแหน่ง?
  • เปิดร้านเสริมสวย ร้านตัดผม ต้องรู้ว่า ใช้เครืองมืออะไรบ้าง? ใช้ยังไง? มีแฟชั่นอะไรบ้าง ที่เกี่ยวข้องกับงาน?
  • ขายไก่ทอด ต้องรู้ว่า เลือกไก่แบบไหน? หมักด้วยอะไร? หมักยังไง? ใช้น้ำมันแบบไหน?
  • ขายโรตี ต้องรู้ว่า ทำโรตียังไง?
  • เป็นวินมอเตอร์โซด์ ต้องรู้ว่า เส้นทางต่างๆ ไปทางไหน?
  • ขอทาน ยังต้องรู้ว่า บริเวณไหน ที่คนเดินผ่านเยอะๆ

แล้วทักษะในการทำธุรกิจ หรือทักษะในการทำเงินนี่แหละครับ ถ้าคุณฝึกให้เป็น ฝึกให้เชี่ยวชาญ ต่อให้พรุ่งนี้คุณหมดตัว คุณก็สามารถหาเงินได้ใหม่เรื่อยๆ เหมือนที่มีคำกล่าวไว้ว่า “มีวิชา เหมือนมีทรัพย์ อยู่นับแสน” เข้าใจรึยังละครับ?

เอาจริงๆนะ การที่คุณสมัครเข้าร่วมทีมมากับผมแล้ว คุณทำเงินได้มากน้อยแค่ไหน? ยังไม่สำคัญมากเท่ากับ คุณสมัครมาแล้ว วันนี้คุณได้ฝึกคิด ฝึกทำอะไรบ้าง ได้มีความรู้ มีทักษะ มีประสบการณ์มากพอ ที่จะเอาไปทำเงิน หาเลี้ยงตัวเอง หาเลี้ยงครอบครัวของคุณได้บ้างรึยัง? เพราะถ้าคุณมีทักษะแล้ว ผมเชื่อว่า ถ้าคุณเอาจริงเรื่องหาเงินนะ แป๊บเดียวก็ทำได้ละ

โฟกัสให้ถูก

แล้วคุณจะไม่มีวันยากจนเลย เชื่อผมซิครับ!

.

200
คนฉลาด คือ คนที่รู้.. ว่าตัวเองยังไม่รู้เรื่องอะไร?
#EkStepZa สอนทำ #งานออนไลน์ ให้ได้เดือนละแสน!
สนใจขอรับการสัมภาษณ์เข้าร่วมทีม ทักไลน์มาที่ id : @ekstepza 
.
เอกชัย ท้ายเมือง
ผู้นำ / ผู้ก่อตั้ง EkStepZa Team
https://www.facebook.com/EkStepZa

ความเชื่อ และความศรัทธา คือ ขุมพลัง

ความเชื่อ และความศรัทธา คือ ขุมพลัง

จากการสังเกตุ ทั้งคนสำเร็จ และคนล้มเหลวมามากมาย

ผมพอจะเจาะลึกลงไปได้ว่า จริงๆแล้ว มันก็ไม่มีอะไมากเลย ที่ทำให้ผลลัพธ์ของ คน 2 คน แตกต่างกัน

มันอยู่ที่ตรงนี้ล้วนๆเลยครับ ความเชื่อ และความศรัทธา

quote011

“ความเชื่อ” หรือ “ความศรัทธา” คือขุมพลัง

ส่วนความ “ไม่มั่นใจ” และความ “ไม่เชื่อ”

คือ สาเหตุส่วนใหญ่ ที่ทำให้คน.. “ล้มเหลว” หรือ “เลิกพยายาม”

 

Checklist : ความล้มเหลว 5 ระดับ

Checklist : ความล้มเหลว 5 ระดับ

ตอนแรกผมจะตั้งชื่อบทความนี้ว่า Checklist : ความล้มเหลว 5 ระดับ ของการทำ งานออนไลน์

แต่ผมเปลี่ยนใจดีกว่า เพราะ เชื่อว่า ไม่ว่าคุณจะกำลังทำธุรกิจ ออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก ฝึกร้องเพลง หรือ กำลังตั้งใจทำอะไรบางอย่างก็ตามให้สำเร็จ ลุล่วง มันก็เอาไปปรับใช้ได้หมดครับ ^^

ลองเช็คตัวเองเลยครับ ว่าคุณพลาดอะไรบ้าง?  

[    ] 1. ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน
[    ] 2. ทำมั่วๆ ไม่ยอมเรียนรู้
[    ] 3. เอาแต่เรียนรู้ ไม่ลงมือทำ
[    ] 4. ลงมือทำ แต่ไม่มีวินัย ไม่สม่ำเสมอ
[    ] 5. ทำสม่ำเสมอ แต่ไม่พัฒนาตัวเอง

อธิบายเพิ่มเติม ซักเล็กน้อย..

1. ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน

คือ คุณยังไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณกำลังทำเนี่ย? ทำไปเพื่ออะไร? ทำไมต้องทำ? เรื่องนี้สำคัญมากนะครับ ผมเลยให้มันอยู่ข้อแรกไง ถ้าคุณไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ผมเชื่อว่า ไม่นาน คุณก็ท้อ และเลิกทำ มนุษย์เราท้อง่ายจะตาย มนุษย์เรารักสบาย และไม่ค่อยมีความพยายาม ครับ แต่ถ้าคุณชัดเจนในเป้าหมาย โดยเฉพาะเป้าหมายนั้นไม่ใช่เพื่อตัวคุณเอง อาจจะเป็น เพื่อคุณพ่อ คุณแม่ เพื่อลูกชาย ลูกสาว หรือ เพื่อสังคม คุณจะยิ่งมีพลังมากๆครับ

2. ทำมั่วๆ ไม่ยอมเรียนรู้

คือ คุณเริ่มมาก็ลุยเลย โดยไม่ศึกษาข้อมูล ไม่ดูว่าคนที่ประสบความสำเร็จเค้าทำแบบไหน? ทำยังไง ถึงสำเร็จ! ถ้ามันเป็นสิ่งที่คนอื่นเขาทำได้ก่อนคุณแล้ว ก็ศึกษาวิธีของเขาซิครับ คุณไม่ได้กำลัง วิจัยทฤษฏีใหม่ของโลก ที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนซักหน่อย จริงไหม?

3. เอาแต่เรียนรู้ ไม่ลงมือทำ

คือ คุณเตรียมพร้อม นานเกินไป! ไม่ต้องรอให้มันเพอร์เฟคครับ โลกนี้ไม่มีความสมบูรณ์แบบ ไม่มีความเพอร์เฟค บริษัท Apple ก็ไม่ได้ผลิต iPhone6 ได้เลยตั้งแต่รุ่นแรกที่ทำมาขายเรา ดังนั้น.. ถ้าคุณรู้มากพอที่จะเริ่มต้นได้แล้ว ก็ลุยเลย แล้วคุณจะเห็นหนทางข้างหน้าไปเรื่อยๆเอง ยกตัวอย่างง่ายๆเลย เช่น คุณจะเดินทางไป Big C แล้วผมบอกว่าคุณ เริ่มจากให้ตรงไป แล้วก็เลี้ยวขวาไปทางนั้นเลยครับ ผ่าน 4 แยก ผ่าน ปั๊มน้ำมันไปอีกหน่อยก็ถึงแล้ว แต่คุณก็ยังไม่เริ่มต้นซักที (แล้วจะไปถึงไหมครับ?)

4. ลงมือทำ แต่ไม่มีวินัย ไม่สม่ำเสมอ

คือ คุณก็ทำดีแล้วนะ แต่ไม่สม่ำเสมอ ความไม่มีวินัย ไม่สม่ำเสมอ นี่แหละครับ คุณจะทำอะไรไม่สำเร็จซักอย่าง เพราะ ทุกๆความสำเร็จ มันต้องการความต่อเนื่องด้วย เหมือนตอนคุณ หัดขี้จักรยานแรกๆ ตอนเราออกแรงถีบ ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 มันออกแรงเยอะ คุณอาจจะเหนื่อย แต่ถ้า คุณไม่ถีบต่อ คุณหยุด ก็จะหกล้มทันทีครับ คุณต้องออกแรงถีบไปเรื่อยๆ แล้วเมื่อถึงจุดๆนึง มันจะเบา มันจะไปได้ไกล แล้วก็เริ่มสนุก ^^

5. ทำสม่ำเสมอ แต่ไม่พัฒนาตัวเอง

คือ การตั้งใจทำแบบเดิม โดยไม่คิดเพิ่ม ไม่ต่อยอด ไม่สร้างสรรค์ ซึ่งมันจะทำให้คุณ ย่ำอยู่กับที่ ไม่พัฒนาเพิ่ม ถึงคุณจะทำบางอย่างได้สำเร็จ แต่ถ้าคุณไม่ฝึก สิ่งที่มันยากขึ้น คุณจะไม่มีทางได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมกว่าเดิม นั่นเองครับ

ท้ายที่สุด ผมหวังว่า..

บทความนี้ จะมีประโยชน์ และช่วยทำให้คุณ ประสบความสำเร็จ และสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมได้ ไม่ว่าวันนี้คุณกำลังตั้งใจทำอะไรก็ตาม ขอแค่สิ่งที่คุณทำ ไม่ได้ไปทำให้ใครเดือดร้อน ก็พอแล้วครับ ความล้มเหลว ไม่ใช่เรื่องน่าอาย ก่อนจะสำเร็จ คุณต้องล้มเหลวก่อน สู้ๆนะครับ

.

200
คนฉลาด คือ คนที่รู้.. ว่าตัวเองยังไม่รู้เรื่องอะไร?
#EkStepZa สอนทำ #งานออนไลน์ ให้ได้เดือนละแสน!
สนใจขอรับการสัมภาษณ์เข้าร่วมทีม ทักไลน์มาที่ id : @ekstepza 
.
เอกชัย ท้ายเมือง
ผู้นำ / ผู้ก่อตั้ง EkStepZa Team
https://www.facebook.com/EkStepZa

ไม่มีประโยชน์? หรือ ไม่คิดจะทำประโยชน์?

ไม่มีประโยชน์? หรือ ไม่คิดจะทำประโยชน์?

บางคน คิดว่า ตัวเองไม่มีประโยชน์

จริงๆ ต้องถามว่า.. ไม่มีประโยชน์? หรือ ไม่คิดจะทำประโยชน์?

ผมเชื่อว่า..

ไม่มีใครเกิดมาไร้ประโยชน์

นอกจากคนๆนั้น จะ “ไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง”

Nick Vujicic (นิค วูจิซิค) ผู้ชายคนนี้ เขาไม่มีแขน ไม่มีขา

ยังเป็นแรงบันดาลให้ผู้คนทั่วโลกได้เลยครับ ลองฟังดูนะ!

‪#‎EkStepZa‬ ผมสัญญากับตัวเองไว้ว่า.. จะ ‪#‎เรียนรู้ตลอดชีวิต‬


วันนี้คุณโชคดีมาก ที่มาเจอเว็บนี้ คุณมีโอกาสได้เรียนรู้ งานออนไลน์ กับมืออาชีพแล้วครับ!
ขอคำปรึกษาผม ได้ที่ Line id : @ekstepza | Tel : 095-868-6374



อย่าเพิ่งปฏิเสธ สิ่งที่คุณยังไม่รู้จัก! เพราะ คุณอาจกำลังปฏิเสธ สิ่งที่คุณตามหา มาทั้งชีวิต